ไอ้เอ็มคับ's profileM@pisitPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
แปรปรวน๓ กันยายน ๒๕๕๑
วันนี้ อารมณ์ไม่นิ่งตั้งแต่เช้าเลย
ไม่รู้ว่าตัวเองเป้นอะไรไป
เสียงอะไรที่เข้าหู ก็พาลให้หงุดหงิด เสียงคนคุยกัน เสียงหัวเราะ เสียงคนบ่น เสียงคนแซว
แม้แต่เสียงเพลงที่เคยฟัง ก็ทำให้หงุดหงิดได้ ไม่รู้เป็นอะไรมากมาย
แค่เสียงไตเติ้ลเพลง ก็พาลให้อารมณ์เสีย จนต้องปิด
นี่อัตตา ตัวกู ของกู อารมณ์นี้ เป็นอะไรไป หาเหตุผลมาอธิบายตัวเองไม่ได้
ณ ปัจจุบัน ทำได้เพียงหายใจลึกๆ เอาหูฟังมาปิดเสีงรอบๆ ตัว
ฟัง เดียวดายกลางสายลม เป็นเพลงเดียวที่ฟังได้ตอนนี้
ทั้งที่ เป็นเพลงที่เอาไว้ฟังเวลาเศร้าๆ เท่านั้น แต่ทำไมวันนี้อารมณ์ไม่ได้มีความเศร้ามาเจือ
แต่ไม่รู้จะทำยังไง ขอเวลาๆ หายใจลึกๆ พยายามตามจับอารมณ์ให้มันปกติก่อน
วันนี้อาจจะต้องฟังเพลงนี้เป็นร้อยรอบ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ฟังอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เดียวดายกลางสายลม
นรีกระจ่าง คันทมาส บินไปเดียวดาย กลางสายลมแปรปรวน เพียงทะเลครวญ ฟังคล้ายเป็นเพลงเศร้า ฝ่าลมฝนลำพังมากี่ร้อนหนาว จนล้าสิ้นแรงค่ำคืนนี้ฉันเพลียฉันเหนื่อยฉันหนาว และเหงาเหลือเกิน ไม่เคยมีใคร มีรักแท้จริงใจ จะมองทางใด ดูเคว้งคว้างว่างเปล่า ไม่อยากเห็นภาพใด แม้แต่ท้องฟ้า อยากจะพักดวงตา ลงชั่วกาล จะไปซุกตัวนอนซ่อน กายในเงาจันทร์ จะหลับฝัน ไม่ขอตื่นขึ้นมา คงจะมีเพียง ลมหายใจรวยริน
เอนกายบนดิน ยอมรับความแพ้พ่าย ปีกของฉันมันหนัก บินต่อไม่ไหว จะขอพักกายชั่วกาล อารมณ์วันนี้ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว จะจัดการกับอารมณ์แปรปรวนแบบนี้ยังไง จะทำยังไง Love in the Past is Passรักที่ผ่านมาแล้วไม่ผ่านไป ??
คนเราทุกคน เกิดมาหนึ่งครั้ง จะมีความรักได้สักกี่ครั้งกัน
เป็นคำถามที่ถามตัวเองแล้วไม่เคยได้คำตอบ
เคยถามหลายๆคนว่า ถ้าเลิกกับแฟนแล้วเป็นยังไงบ้าง
บางคนบอกว่าเสียใจ แต่ก็จะหาใหม่ บางคนก็บอกว่าขอเป็นโสดดีกว่า
บ้างก็ว่ารอให้เทวดาเป็นใจ จะได้เจอเนื้อคู่จริงๆ
หลายๆคนร้างลากัน ด้วยความรุนแรง จนไม่สามารถมองหน้ากันได้อีก
แต่ก็มีบางคนถึงแม้จะห่างหายกันไปแล้ว ยังคิดถึง ยังเป็นห่วง ยังอาลัย
เราก็เป็นหนึ่งในจำพวกหลังๆ
จมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ได้สนใจใคร
สร้างกรอบให้ตัวเอง ทำเกราะสำหรับกั้นใครๆ
ก่อกำแพงเพราะกลัวความหวั่นไหว กลัวใจจะร้าวราน
เป็นแบบนี้มานานแสนนาน จนเป็นคนไม่มีหัวใจ อย่างที่หลายคนบอก....
จนวันหนึ่ง มีน้องคนหนึ่งขึ้นหัวเอ็มเอสเอ็นว่า
LOVE IN THE PAST is PAST โดนใจอย่างแรง !!!!!!!!!
รักที่ผ่านไปย่อมกลายเป็นอดีต
ทำให้ได้คิดว่า คนเรามีโอกาสเริ่มใหม่เสมอ
เราน่าจะทำอะไรใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์ เปิดใจ ละลายน้ำแข็ง
บางทีเราอาจจะกลายเป็นคนใหม่ ที่ออกมาจากโลกของตัวเอง
อาจกลายเป็นผีเสื้อที่ออกมาจากดักแด้ เสียที
LOVE IN THE PAST is PAST จึงน่าจะเป็นบทเรียนได้
เพราะ รักที่เคยมีนั้นได้ PASS ไปเสียแล้ว
ควร START ใหม่เสียที
วันธรรมดา กับอารมณ์ไม่ปกติเคยเป็นกันบ้างไหม
ที่อยู่ๆ ก็เกิดรู้สึกว่าอารมณ์ไม่ปกติ
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันโหวงๆ หัวตื้อๆ คิดอะไรไม่ออก อยากร้องก็ร้องไม่ออก
อยากหัวเราะแต่ก็ไม่รู้จะหัวเราะเรื่องอะไร
ผมเป็นแบบนี้ในช่วงนี้ .......
ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผมไม่สบายหลายวันติดๆ กัน
อาการเดิม เจ็บคอ คออักเสบ เป็นไข้ ไข้ขึ้นทุกบ่าย
เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
ได้นอนมากขึ้น นอนตั้งแต่สามทุ่ม ตื่นเจ็ดโมง
แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่อาการทุเลา แล้วนอนเยอะเกิน
ตื่นตอนตีสองเกือบตีสาม แล้วเกิดอะไรขึ้นคุณรู้ไหม.....
ลืมตาตื่นมาในความมืดบนเตียง มองไม่เห็นอะไร
รู้ในใจแน่ๆจว่าอารมณ์ไม่ปกติ
มันมีอาการโหวงๆ เหวง ๆ ในใจ
อึดอัด อาการเหมือนคนใจหาย ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
อยากตะโกนดังๆ อยากโทรหาใครสักคน
อาการอย่างนี้ อยู่คนเดียวไม่ไหวแล้ว ต้องหาคนคุย
เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มา แล้วไล่กดรายชื่อ
ตั้งแต่ชื่อแรกจนชื่อสุดท้าย ชื่อสุดท้ายจนชื่อแรก
สองร้อยหกสิบห้าชื่อ ไม่ได้กดโทรออกหาใคร
ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากคุย แต่ไม่รู้จะคุยกับใคร
เข้าใจว่าดึกแล้ว แต่ก็ยังอยากคุยกับใครสักคน
สุดท้าย ก็วางโทรศัพท์ไว้หัวเตียงเหมือนเดิม
ข่มตาให้หลับ พร้อมๆกับความรู้สึกที่อึงอลอยู่ในใจ
ถ้าอาการอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้ ต้องออกไปหาเพื่อนนอกบ้าน
มีเพื่อนรายล้อม แต่กลับถึงบ้านต้องอยู่คนเดียว
ถ้าอาการอยากมีใครสักคนมาอยู่ใกล้ๆ
อยากให้ใครมาใส่ใจ หรือสนใจ
อาการอยากรู้สึกอุ่นๆในใจ อยากมีคนอยู่ข้างๆ
ถ้าอาการแบบนี้ คืออาการที่เรียกว่า "เหงา"
ตอนนี้ผมอาจเหงาจริงๆก็ได้ แค่ไม่ยอมรับเท่านั้นเอง
คิ้วโน กับข้อหากวนตีนวันธรรมดาวันหนึ่ง ในเทศกาลมหาพรต
วันที่ต้องอดอาหาร งดเนื้อ งดสุรา สำรวมกาย วาจา ใจ
แต่ว่าวันธรรมดาวันนั้น ผมนั่งอยู่ในร้านเหล้า พร้อมด้วยเพื่อนน้าอีก 2 คน
ซดเบียร์ คุยกัน แล้วเพื่อนของน้าบอกว่า แฟนเขาจะมาด้วย อายุ 26 เป็นน้องที่มหาลัยผม
เออเว้ย ดีใจจะได้เจอน้อง เด๋วต้องทักทาย
แต่พอแฟนของเพื่อนน้ามาถึงพร้อมเพื่อนอีก 1 คน
ผมฟันธงขาด 100 เปอร์เซ็น ไม่ใช่น้องที่มหาลัยผมแน่ๆ
จากสภาพที่เห็น กางเกงบอล เสื้อบอล กับผ้าใบ และหน้าตาที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย
ผมเชื่อว่าถ้าเป็นเด็กที่มหาลัยเดียวกับผม
เขาน่าจะให้เกียรติกับสถานที่มากกว่าที่ผมเห็นสภาพเด็กคนนั้น
แต่ผมอยากรู้ว่าน้องมันจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้
เลนเดินเข้าไปหา แล้วถามว่า "เอ็งรหัสเท่าไหร่วะ"
น้องคนนั้นตกใจเล็กน้อย และตอบกลับมาว่า "เป็นทนายความรุ่น 23"
ผมขอนั่งแยกโต๊ะ เพราะ ได้โต๊ะตัวเล็กแล้วนั่งกันไม่หมด
จากนั้นก็ ดื่มๆ เต้นๆ .... เต้นๆ ดื่มๆ โดยไม่สนใจโต๊ะน้ากับเพื่อน
แต่เหลือบๆไปเห็นน้องเขามีเพื่อนมาอีก 4 - 5 คน
แล้วผมก็อยากทดสอบเด็กกลุ่มนี้
อยากรู้ว่าถ้าพนักงานมาคิดเงินแล้ว น้องมันจะทำยังไง
พอเห็นพนักงานถือบิลมา ผมจัดการลากน้ามาเต้นด้วย
โดยไม่ให้แกหันหน้าไปมองเด็กๆพวกนั้น
จากนั้นก็ลากน้าออกมานอกร้าน โดยไม่สนใจใคร
โบกแท๊กซี่ เปิดประตูให้น้า กับเพื่อนอีกคนขึ้นไป ผมขึ้นคนสุดท้าย
อยู่ๆ ประตูรถแท๊กซี่ก็เปิด พร้อมกับมีกำปั้นมา 1 หมัด เข้าที่หางคิ้ว เท้าอีก 1 ที่สะโพก
พร้อมกับคำพูดหยาบๆว่า "มึงกวนตีน" อ้าวเวรแล้ว กูไปกวนเบื้องต่ำมึงตอนไหน
ผมไม่ได้ตอบโต้ และไม่ได้ทำไร
แค่เอามือปิดปากน้า กับกอดแกเอาไว้ เพราะตอนนี้แกกรี๊ดซะจนหูผมจะระเบิด
ผมให้แท๊กซี่ออกรถ เพราะผมจะคุมน้าไม่ไหวแล้ว จากนั้นขอเบอร์เด็กคนนั้น โทรไปหา
ผม "พี่ขอคำอธิบายเรื่องเมื่อตะกี๊" เหมือนจะใจเย็นโคตรๆ แล้วนะ 5555+
น้องคนนั้น "บ้านกูอยู่วิภา 60 มึงแน่จริงมึงมาเลย" หยาบคาย และแสดงความต่ำอย่างชัดเจน
ผมว่าไม่มีสาระที่ผมต้องไปแลกกับคนประเภทนี้ด้วยกำลัง จึงตัดสายไป
หลังจากส่งน้าแล้วผมก็กลับบ้าน นอน เพราะวันต่อมามีประชุม (เมาชิบเป๋งเลย)
ตื่นเช้า เจ็บที่หางคิ้ว ตาบวมเพราะนอนไม่พอ เจ็บที่สะโพกเล็กน้อย
รอโทรศัพท์เจ้าเด็กนั่นทั้งวัน รอดูว่าเขาจะทำยังไง
จนหมดวัน ไม่มีหมายเลขของเด็กคนนั้นปรากฎมาที่หน้าจอ
มีแต่น้าโทรมาโวยวายๆ ให้เอาเรื่อง ให้ไปแจ้งความ
ผมขี้เกียจคุยกับแกแล้ว เลยขอชื่อกับที่ทำงานเด็กคนนั้นมา
ได้ทราบว่าเด็กนั่น ไม่ใช่เด็กจากมหาลัยเดียวกับผม
มาจากเชียงราย เรียนจบที่เชียงราย
มีใบอนุญาตว่าความ ทำงานที่กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน
คิดว่าผมจะทำยังไงกับเด็กคนนั้น
เพราะถ้าเพียงเขาโทรมาขอโทษ และมีคำอธิบายดี
ว่าผมไปกวนบาทาเขาแบบไหน ผมก็จบเรื่องแล้ว
ตอนนี้ คิดได้แค่ 2 ทางแค่นั้น
1. ส่งคำร้องให้มีการดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความของเด็กคนนี้
2. โทรไปหาผู้บังคับบัญชาเด็กคนนี้
ขอให้เขา "สั่งสอนและอบรมลูกน้อง" ให้ดีหน่อย มิใช่กะเลวกะราดเยี่ยงนี้
ส่วนวิธีอื่นๆ ยังไม่ได้คิด ใครมีข้อเสนออะไรดีๆบ้าง
ผมไม่ได้โกรธที่เด็กคนนี้ทำร้ายผมหรอกนะ
แต่ผมดูถูกเขาที่ไม่ยอมรับกับที่ที่เขามา ยังไงจบจากเชียงรายนี่มันต่ำต้อยนักหรือ ผมไม่เข้าใจ
การจากลาการจากลามีใครเคยนับบ้างหรือเปล่าว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราร้องให้ หรือเสียน้ำตา เพราะการจากลากี่ครั้ง สำหรับเรานับครั้งได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เราพยายามหาคำตอบมานาน เป็นเพราะหัวใจเราด้านชา หรือว่าเราเป็นคนไม่มีหัวใจ (อันนี้พ่อบอก) แต่จนแล้วจนรอด เราก็หาคำตอบไม่ได้ ว่าทำไมเราไม่ค่อยมีน้ำตา กับการจากลาสักเท่าไร (มีบ้างอยู่นะ แต่น้อยครั้งเหลือเกิน) หรือเราเป็นคนไม่มีหัวใจอย่างที่พ่อบอกจริงๆ เราเกิดมาเจอคนมากมาย อาจน้อยกว่าใครหลายคน แต่ก็คงมากพอสมควรอยู่ เราร้องให้เพราะการจากลา ครั้งแรก ตอนจบมัธยมสาม วันปัจฉิมนิเทศน์ กอดคอกันกลมร้องกันจะเป็นจะตาย ครั้งต่อมา ตอนที่มีบางคนบอกว่าไม่ต้องรอเราแล้วนะ ครั้งต่อมา งานเลี้ยงอำลาคุณป้าสุภรณ์ ครั้งสุดท้ายหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ตอนถกว่าทำไมเราถึงไม่อยู่คู่กับเขาคนนั้น ....................................... แค่สี่ครั้งเองเหรอเรา?? ..................................... แต่อาจเพราะสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาว่า "การจากไปของใครบางคน ทำให้เราคิดถึงเขามากขึ้น การสูญเสียใครไปสักคน ทำให้เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก อาจทำให้เราเจอสิ่งที่รักยิ่งกว่า การที่บางคนหายไปจากชีวิตเราชั่วนิรันดร์ เพราะเป็นเวลาของเขา การห่างหายจากสิ่งที่เคยผูกพันธ์ ทำให้เราเติบโตจากสิ่งที่เราห่างหายนั้น ความโศกเศร้าและน้ำตาจากการลา ทำให้เรามีโลกทัศน์ และกำลังใจที่เข้มแข็งมากขึ้น
แล้วคุณ คุณ และคุณ ได้เรียนรู้อะไรจากการลาบ้าง เอามาแชร์กัน
เรื่องเล่าของหนังสือรุ่นชีวิตเราแต่ละคนตั้งแต่เราเกิด เติบโต เรียนหนังสือ ทำงาน
มีครอบครัว และจนถึงบั้นปลายของชีวิต
เราได้เป็นทั้งน้อง เป็นทั้งเพื่อน และเป็นทั้งรุ่นพี่
มีสิ่งจารึกที่เราแต่ละคนมีเก็บไว้ เพื่อแสดงถานะว่าเราได้เคยผ่านสถาบัน
สถาบัน ที่หล่อหลอมให้เราเติบใหญ่ เราอยู่กับสถาบันนั้นๆ มีทั้งสุข ทุกข์
เสียงหัวเราะ น้ำตา ภาพความทรงจำต่างๆ ยังอึงอลวนเวียนอยู่มิจางหาย
ได้ทะเลาะกับเพื่อน เถียงกับครู ทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย
แต่สุดท้ายสิ่งที่เราถือติดตัวออกมาจากสถาบันเหล่านั้น
นอกจากความทรงจำที่แสนดีแล้วนั้น คือ ใบประกาศ และ หนังสือรุ่น
หนังสือรุ่น
หนังสือที่เก็บความทรงจำมากมายของแต่ละคน
แม้เราจะเติบใหญ่แค่ไหน อายุมากสักปานใด เปิดหนังสือรุ่นครั้งใด
เราจะถูกดึงไปสู่ช่วงวัยที่เรายิ้ม หัวเราะในช่วงเวลานั้นเสมอ
เห็นเพื่อนๆ แม้ขณะช่วงเวลานั้น เราไม่ชอบหน้า เราทะเลาะ เราแบ่งฝ่าย
เราอยู่คนละห้อง อยู่คนละกลุ่ม
แต่พอเห็นหน้ากันในหนังสือ กลับไม่มีความรู้สึกเกลียด หรือชัง เลย
มีแต่คิดถึง อยากรู้ว่าแต่ละคนเติบโตไปเป็นอะไร มีลูกมีหลานกันแล้วหรือยัง
หนังสือรุ่น ของแต่ละรุ่น
มัธยมต้น -------> เพื่อนเราไปเรียนต่อที่ไหนหนอ มีกอดคอร้องเพลงก่อนอำลา
(จำได้ว่าสมัยนั้น เพลง คำว่าเพื่อนของแร๊พเตอร์ มั๊ง)
ไอ้นั่นอยู่โรงเรียนนี้ ไอ้นี่อยู่โรงเรียนนั้น เพื่อนกันไม่ห่างกันไกล
มัธยมปลาย------> ไปเรียนต่อที่ไหน ห่างหายกันไป ตกระกำลำบากคนละทิศละทาง
โย่ว กรูเอ็นท์ติด เว้ย หลังจากเครียดมานานหลายปี 5555
(ต้องนี่เลย โลโซ เพลงเราและนาย) เปิดหนังสือรุ่น
แบบเห้ย คนนี้มาเรียนมหาลัยนี้ คนนี้เรียนคณะนั้น มหาลัยนั้น
มหาวิทยาลัย ---->จบแล้วๆ กระจายตัว ทำมาหาเลี้ยงชีพ เพื่อนๆ มันจะทำงานไรวะ
ตัวเองก็ยังงงๆ ว่าจบแล้วทำไรดี ดูหนังสือรุ่น
(ของผมฝากไว้ที่เพื่อน ถ้ามันมีลูกได้ป่านนี้มีเหลนไปแล้ว)
แล้ว แบบว่าเห้ย บางคนนี่มันมีตัวตนในคณะด้วยเหรอ
หน้าตาแบบนี้รหัสเดียวกันเหรอ
คิดถึงๆๆๆ มีแต่คิดถึง เฝ้าแต่คิดถึงเพือนๆ...
ทำงาน----------> นัดเลี้ยงรุ่น เอ๊า คนนั้น เอาแฟนมา คนนี้แต่งงานแล้ว
เอ๊า !!!!!!!!!! ทำไมผมยังโสด
เกษียณ----------> นัดเลี้ยงรุ่น (อันนี้ประสบการณ์ตรงจากป้าคนหนึ่งที่สำนักงาน)
อ๊ะ คนนี้ตายแล้ว กาออก กาออก
คนนี้ไม่ไหวแล้ว มาไม่ได้ คนนี้ก็ตายอีกคนแล้ว
รุ่นฉันจะเหลือกี่คนกันนี่ ปีหน้าฉันจะได้ไปงานเลี้ยงรึเปล่า
ตอนนี้ถ้าใครคิดว่าตัวเองไม่มีเพื่อนนะครับ ลองเปิดหนังสือรุ่น แต่ละเล่มของคุณดูสิ
แล้วจะเห็นว่าคุณมี "เพื่อนร่วมรุ่น" มากมายขนาดไหน
คุณไม่เคยอยู่โดดเดี่ยวเลย เชื่อผม
เวลาที่หายไป (ไหน)เคยนั่งเฉยๆ ให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ....
เคยนอนเล่นเฉยๆ เวลาก็ผ่านไป............
เคยเล่นเกมส์ วันละหลายๆ ชั่วโมง แล้วเวลาก็หายไป.......................
เคยเปิดคอมพิวเตอร์ เรื่อยเปื่อย ดูทีวีไปเรื่อยๆ เวลาก็หมดไปเฉยๆ ...................
จนวันหนึ่ง ก็งงกับตัวเองว่า ผ่านมาเกือบ 30 ปีนี่ เอาเวลาแต่ละวันไปทำอะไร....................
เลยมานั่งคิดเล่นๆว่า วันหนึ่งๆ ทำอะไรหว่า 24 ชั่วโมงมันหายไปไหน..........................................
เลยลองมาคิดเล่นๆดู เอาแบบคร่าวๆ นะ
- นอนปกติ 6 ชั่วโมง
- เดินทางมาทำงานไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง
- ทำกิจธุระส่วนตัว 1 ชั่วโมง
- อยู่ที่ทำงาน 12 ชั่วโมง
- พัก 1 ชั่วโมง
เอาแบบมีสาระได้แค่นี้ แต่พอลองรวมๆ แล้ว ได้แค่ 20 ชั่วโมง
ว๊ากๆๆๆๆๆ เวลาหายไปไหน 4 ชั่วโมงต่อวัน
ทำงานมา 5 ปี (ตั้ง 5 ปีแน่ะ นานโคตร)
สมมติว่าทำงาน 300 วัน แสดงว่าเวลาหายไป 300 วัน* 5 ปี* 4 ชั่วโมง 6000 ชั่วโมง
6000 ชั่วโมง คือ 6000/24 คือ 250 วัน
โหยยยยยยยยย ทำเวลาหายไป 250 วัน เกือบปี ขนาดไม่นับวันหยุด
เอ็มเอ๊ย ไปทำเวลาหล่นหายที่ไหนวะ ตั้งเกือบปี คิดยังไงก็คิดไม่ออก เวลาที่หายไป หายไปไหน
ต่อไปคงต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างมีค่าเสียแล้ว
คงต้องทำตัวเองให้มีค่ามากกว่านี้
เพราะว่า เวลา เมื่อผ่านไปแล้ว เรียกคืนไม่ได้ ผ่านแล้วผ่านเลย......
ตอนจบของคนไม่พูดกันตอนจบของคนไม่พูดกัน และ ตอนจากของคนที่รักกัน
และแล้วก็ถึงวันนี้ วันที่อะไรทั้งหลายในใจ ได้พูดคุย ได้ระบาย และได้เห็นความรู้สึกของอีกฝ่าย
เขา คนที่ เรา พบครั้งแรก ใต้ต้นดอกแก้วหน้าตึกเรียน เขา คนที่ให้โอกาสเรามากมาย เป็นคนที่ใจกว้างมาที่สุดเท่าที่เราเคยเจอ เขา คนที่เราคิดว่าอยากเข้าเรียนคณะที่เรียนเพราะเขาอยากเรียน เขา คนที่ส่งจดหมาย เล็กๆมาให้เรา มีอะไรต่อมิอะไร ให้เรา เขา คนที่ทำอะไรเล็กน้อยๆ ให้ เรา เขา คนที่ เรา ให้ดอกแกลดิออลัสสีขาว คนแรก เขา คนที่จ่าหน้าซองจดหมายถึงเรา ว่า โป้ง... คุณอภิสิทธิ์ เขา คนที่เราส่งโปสการ์ดให้ จำที่อยู่ได้แม่นมากกว่าที่อยู่บ้าน เขา คนที่จองที่นั่งเรียนให้เรา แต่เก้าอี้ข้างเขาว่างเปล่าตลอดมา เขา คนที่ห่วงเรามาตลอด เขา คนที่เราไม่เคยรู้ว่าร้องให้กับเรื่องระหว่างเรามากขนาดไหน
เรา คนที่ไม่แสดงออกอะไรให้เขาเห็น เรา คนที่ดีใจทุกครั้งที่เห็นลายมือเล็กๆ หรือได้ยินเสียง แต่ไม่พูดอะไร เรา คนที่ปิดโอกาสตัวเอง เรา คนที่พยายามหาระยะห่าง มากั้นตัวเอง กับเขา เพราะอะไร? เรา คนที่ไม่ยอมทำอะไร ทั้งที่มีโอกาสมากมาย เรา คนที่เขาบอกว่าคิดถึงบ่อยที่สุด เรา คนที่เฉยๆ แม้ว่าจะดีใจ เสียใจมากขนาดไหน เรา คนที่ขี้ขลาด กลัวที่จะรักใคร
และแล้ว วันนี้ ตอนจบของคนที่ไม่พูดกัน จบแล้ว........... เรามาพูดกันเมื่อตอนที่มันจบแล้ว
เรารักเขา และเขาก็รักเรา ได้ยิน เมื่อจบไปแล้ว
7 ธันวาคม 2550 ขอบคุณเพลง นี่คือตอนจบ (ของคนที่ไม่พูดกัน) เราจะเก็บเพลงนี้เอาไว้
my Friend : my life mirrormy Friend : my life mirror
มีหลายๆคนบอกว่า ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ แค่มองที่ตา เราก็จะรู้ว่าใจคิดอะไร เป็นคนยังไง
และมีคนบอกว่าสิ่งที่จะสะท้อนตัวตนของเราได้มากที่สุด คือ คนที่อยู่รอบตัวเรานี่เอง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เลยถามคนที่อยู่ใกล้ๆตัวว่า "คิดว่าผมเป็นคนยังไง"
ผลการสำรวจ มีดังนี้
คนที่ ๑ เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
ข้อดี - เมิงมันมีแนวคิดเป็นของตัวเอง ยึดมั่นในความคิดความเชื่อของตัวเองเป็นหลัก มีน้ำใจ คนไม่ค่อยเคือง
ข้อเสีย - เชื่อมั่นในตัวเองสูง อันนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่เมิงยอมเพื่อนอีกคนไม่ได้ (นิสัยมันเหมือนกัน)
กวนตีนเกินงาม ไม่ดูเวลาสถานที่และคน แถมยังขี้อวด
คนที่ ๒ เพื่อนอีกคนสมัยเรียน
ข้อดี - ไม่มีว่ะ
ข้อเสีย - ปากจัด พูดมาก โลกส่วนตัวเยอะ อารมณ์สุนทรีเกินไป
คนที่ ๓ นี่ก็เพื่อนตอนเรียน
ข้อดี - เมิงมันดี
ข้อเสีย - ชอบกวนตีน บางทีไม่มีอารณณ์เล่นเมิงยังเล่น ไม่มีกาลเทศะ ให้ลดความกวนตีนลง
คนที่ ๔ พี่สนิทที่ออฟฟิส
ข้อดี - แกก็ดีนะ มีน้ำใจ ไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อย
ข้อเสีย - เวลาฉันโทรไปแกไม่รับ ไม่โทรกลับด้วย
ชอบซ้ำเติมเวลาเพื่อนเสียใจ หรืออกหัก ยึดติดบางเรื่อง ขี้ลืมไม่ใส่ใจเท่าที่ควร
คนที่ ๕ น้องสาวที่เคยฝึกงาน
ข้อดี - เวลาทำงานก็ทำ เวลาเล่นก็เล่น เข้ากับคนง่าย น่าเชื่อถือ คุยด้วยแล้วสบายใจ
ข้อเสีย - น้องมิกล้าเอ่ยถึง เหอะๆๆๆๆ
คนที่ ๖ หัวหน้า
ข้อดี - มีน้ำใจ เก่ง มีความสามารถ (เอาข้อดีมาหลอกล่อก่อน)
ข้อเสีย - สับสนในชีวิต ไม่รูจะทำตัวยังไงดี แบ่งแยกจัดเวลาไม่ได้ ไม่มีเป้าหมายชีวิต
ให้ทำอะไรแล้ววางใจไม่ได้ต้องให้ตาม เพ้อฝัน ความสามารถดีแต่ใช้ไม่ถูกที่ถูกทาง T___T'
ทุ่มเท และรับผิดชอบยังไม่พอ (เยอะชิบเป๋ง)
คนที่ ๗ น้องสาวสุดสวยที่ออฟฟิส
ข้อดี - ไม่มีบอกอ่า
ข้อเสีย - ปากเสียชอบกัดน้อง
คนที่ ๗ พี่สาวคุณครูสุดสวย
ข้อดี - เป็นคนจิตใจดี ไม่ปฏิเสธใคร คุยมีสาระก็ได้ ไม่มีสาระก็ดี
ข้อเสีย - เหมือนแมวบางทีก็ขี้เล่น บางทีก็ถือตัว และชอบทำตัวร่าเริงกลัวคนอื่นผิดหวัง
คนที่ ๘ เพื่อนรักจากชั้น ม.๑
ข้อดี - ใส่ใจคนรอบข้าง
ข้อเสีย - ตรงไปตรงมาเกินไป มีอะไรไม่ค่อยพูด
แล้วคุณคิดว่าเราเป็นคนแบบไหน ??
รักคุณเข้าอีกแล้วเพื่อนสนิท มิตรสหายใกล้ชิด ทุกคน คงทราบว่าเราเป็นบ้า เพลงของบ้านค่ายขนมปัง มากๆ เมื่อก่อนฟังเพลงรักคุณเข้าแล้ว ก็ว่าเพราะแล้ว พอมีเพลงเพลงรักคุณเข้าอีกแล้ว เรากลับชอบมากกว่า ตอนนี้ฟังเป็นร้อยๆ รอบได้แล้วมั๊ง ชอบเนื้อหา "และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไปที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน" และชอบที่คนร้อง คือพี่ป๊อด เพลง: รักคุณเข้าอีกแล้ว อัลบั้ม: BITTERSWEET ศิลปิน: BOYdPOD เก็บเพลงรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจ ชั่วนิรันดร์ (ชั่วนิรันดร์) มีเพลงเพลงนึงที่เคยร้องให้เธอฟัง ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา * ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึง ความรักที่ลึกซึ้ง และยังคงตรึงในหัวใจนานแค่ใหน ก็เหมือนเก่า เหมือนวันแรกที่เรา เจอะกัน ** เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไง ใจความในเพลงนั้นของเรา (*,**) ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้…. (**) ฉันขอมอบชีวิตทั้งหมดไว้ ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว เป็นอะไรไป...ใจเอยนานแสนนาน นานมากๆ แล้วที่ไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรในนี้เลย
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ไม่อยากเขียนไม่อยากทำอะไร
มันเนือยๆ เฉื่อยๆ แล้วก็ตื้อๆ
เป็นอะไรไป...ใจเอย
เคยไหม กับการที่ต้องรออะไรนานๆ
เคยไหม กับการที่ต้องรออะไรอย่างกระวนกระวาย
เคยไหม กับการที่ไม่ได้อะไรดังใจ ไม่ได้รู้ในเรื่องที่อยากรู้ แล้วหงุดหงิด ไม่มีสมาธิ
แล้วเคยไหม ... กับการที่ตัวเองมีอะไรที่ดีๆอยู่ แล้วรักษามันเอาไม่ได้
ตอนนี้ เรากำลังเป็นอย่างนั้น
ตอนนี้ รู้สึกว่าชีวิต มันลอยๆ ใจมันท้อๆ หายใจติดๆขัดๆ
อยากอยู่นิ่งๆ ไม่อยากคุยกับใคร อยากลับตาไม่อยากตื่น
ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
แบบนี้เขาเรียกว่าเป็นโรคขาดกำลังใจ หรือว่าขาดแรงบันดาลใจหรือเปล่า ??
ถ้าใช่ เราควรทำยังไง
มีคนเคยบอกว่า กำลังใจหาจากที่ไหนไม่ได้ ต้องสร้างมาจากตัวเอง
จริงๆก็อยากทำนะ แต่ว่า ไม่รู้จะสร้างมันยังไง
เฮ้อ............ ทำไงดี
อยากตะโกนดังๆ อยากร้องให้หนักๆ อยากทำอะไรบ้าๆ
เผื่อว่าทำแล้วจะสบายใจ
OHHHHHHHH My Dear GODเกิดอะไรกับตูนี่.....
วันนี้ ตื่นขึ้นมาแต่เช้า ฝนตก ไม่มีอะไร ไปทำงานตามปกติ
สายๆ ก็ทำงานตามปกติ
บ่ายๆ ก็ทำงานตามปกติ
แอบอู้เล็กน้อย (จริงๆนะ คริๆๆๆๆ)
ตอนเย็นก็กลับบ้าน
แต่ดันเกิดขยัน จะซักผ้า
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หูก็ฟังเพลง เอาผ้าไปปั่น มานั่งดูทีวีรอ
รอบที่หนึ่ง น้ำยาซักผ้า ........... กลิ่นหอมฟุ้งเข้ามาในบ้าน
รอบที่สอง ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วก็ปั่นๆๆๆๆๆๆๆ
รอบที่สาม น้ำสะอาด ปั่นๆๆๆๆๆๆๆ อีกที
รอบที่สี่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม comfort อืม ผ้าต้องนุ่ม แล้วก็หอมมาก เห็นๆ
ตี่ ดี่ ดิ๊ดดดด.............. อืม เครื่องมันจัดการเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เหลือแค่ตาก
เปิดฝาเครื่องซักผ้า ออกมา
เฮ้ยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! MY DEAR GOD
กระเป๋าสะตังสุดที่รัก แหมะอยู่ก้นถังซักผ้า หอมฟุ้งด้วยกลิ่นน้ำยาซักผ้า แล้วก็สุดนุ่มด้วย comfort น้ำยาปรับผ้านุ่ม
ข้างๆ มีเศษซากนามบัตร ที่เลือกแล้วว่าสำมะคัญ
รอบๆถัง มีบัตร แปะๆๆๆๆ อยู่เต็ม นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นเครื่องซักผ้า ต้องคิดว่าเป็นตู้เย็น มีแมกเน็ท ติดอยู่แหงๆ ตายๆๆๆ กรูตาย
แกะออกมา ทีละใบ ทีละใบ ทีละใบ อย่างเบามือ เอาวะ สภาพมันยังเป็นบัตรอยู่
แต่หง่ะ !!!! บัตรโรงพยาบาล บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
สารพัดรูปภาพที่แอบไว้ตามซอกกระเป๋า อันตรธาน แยกออกจากกันไม่ได้แล้วว่าซากอันไหนเป็นอันไหน
โอ้ววววววววว+++++++ ข้านี้มีกรรม หรือสวรรค์ลงทัณฑ์ ที่อู้งานหลวงวะ
เป็นเวรหรือกำ แต่ปางไหนเล่า T_T กาซิกๆ เศร้าครับท่าน
คำเตือน ๑. ห้ามอ่านเกินวันละหลายรอบ เพราะอ่านรอบไหนก็จะสมน้ำหน้าคนเขียน
๒. ใกล้ถึงวันเกิดแล้ว รู้แล้วนะว่าควรจะให้อะไร เหอะๆๆๆๆ
เรื่องขำๆของชีวิตชีวิตที่แสนจะหงุดหงิดช่วงนี้ มีเรื่องขำ เข้ามา 2 เรื่อง
เรื่องแรกเป็นเรื่องของความฝัน อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของความจริงใจ
หลายๆคนอาจจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
เรื่องแรก คนที่เข้ามาโดยไม่คาด แต่ฝัน
เรื่องมันมีอยู่ว่า สำนักงานจัดงานแข่งขันกีฬา แล้วมีโอกาสได้ไปดูแลทีมนักกีฬาหญิง (สาวๆในออฟฟิสแหละ)
ก็ดูแล ช่วยซ้อม ยกน้ำ ไปเรื่อย จนกระทั่งแข่งกีฬาเสร็จ สาวๆเราตกรอบครับ
แต่เรื่องที่เกิดมันหลังจากนั้น ....
ค่ำคืนหนึ่ง เวลาค่อนรุ่ง อยู่ๆก็ฝันถึงใครบางคนในทีมกีฬา แถมในฝันดันฝันว่าจีบเขาด้วย
ตื่นขึ้นมา ตกใจ
กรูไม่เคยคิดแบบน้านมาก่อน
หลังจากนั้น จากที่ไม่เคยสนใจใคร ก็แอบๆดูคนนั้น เออเนอะ น่ารักดี นิสัยดี แต่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว เหอะๆๆๆๆ
นั่น คือเรื่องที่ 1
เรื่องที่ 2 นู๋ขอสารภาพ
เพื่อนสนิท พี่สนิท ทุกคนที่สนิท คงรู้ว่าผมมีสระที่แพ้อย่างแรงอยู่หนึ่งตัว แตมแต่มแต๊ม นั่นคือ สระ "เอย"
ใครที่มีชื่อเขียนด้วยสระนี้ ผมจะสนใจเป็นพิเศษ ไม่รู้เป็นไร
วันหนึ่ง เกิดอยากเล่นเกม เลยเข้าไปเล่นโอเทโล่ออนไลน์ แล้วไปเจอสาวเจ้านางหนึ่ง ใช้ชื่อสระนี้
เกิดอาการแพ้ทางขึ้นมาทันที เข้าไปเลียบๆเคียงๆ เล่นด้วย เหอะๆๆ หยอดไปเรื่อย ไม่ได้จีบนะ แต่ก็แอบหวานไปด้วย
ก็คุยไปเรื่อยๆ น้องน่ารักดี นิสัยดี เสียงน่ารัก มีหลานน่ารัก 2 คน ด้วย
จนที่สุด ก็กลายเป็นน้องรักของเราในบอร์ด เหอะๆๆ เราก็รับเป็นที่ปรึกษาทุกเรื่อง
บอกแล้วแพ้สระเอย ใครก็อย่าได้เอาชื่อนี้มาใกล้ๆ ใจอ่อนทุกที
วันหนึ่ง เรื่องขำๆ เรื่องที่ 2 ก็เกิดขึ้น เมื่อน้องบอกว่า
นู๋ขอสารภาพ ....
เรื่องที่1 นู๋ไม่ได้ชื่อนั้นอย่างที่เข้าใจนะ นู๋มีอีกชื่อหนึ่ง............แป่ว
เรื่องที่ 2 เคยเห็นรูปหลานนู๋ใช่ป่ะ นั่นไม่ใช่หลาน แต่คือ บุตรนู๋ เอง.............แป่ว แป่ว
เรื่องที่ 3 นู๋อายุมากกว่า 7 ปี นะ ..................แป่ว แป่ว แป่ว แป่ว แป่ว
เหอะๆๆ ไม่ได้โกรธ แต่ขำจนน้ำตาไหล แล้วก็ได้คิดว่า โลกไซเบอร์นี่ อะไรก็เป็นไปได้
ปล. ตอนนี้ผมก็ยังคุยกะเขาอยู่นะ ยังเอ็นดู เป็นพี่น้องอยู่ แต่แอบโมโหเล็กๆพวกพี่ๆในบอร์ด แง่มๆ รู้ก่อนแล้วไม่แจ้งข่าว ปิดกันเงียบขนาด ชิ เหอะๆๆ ล้อเล่นๆ
สีเขียว.. สีที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตตั้งแต่เกิดจนโตมา ถ้าใครถามว่า ชอบสีอะไร ??
คำตอบ ก็คงเป็น สีขาว สีดำ น้ำเงิน
คำตอบเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ...
มีคนๆหนึ่งเข้ามา
คนๆนั้น เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร ไม่อาจรู้ได้
กว่าจะรู้ตัว สมุดเล็กๆ ที่อยู่ข้างตัวก็มีแต่ชื่อคนนั้น เต็มไปหมด
มีความสุข เวลานึกถึง ยิ้มได้เวลาเศร้า สุขได้เวลาเหงา
แล้ววันหนึ่ง คนๆนั้น ถามว่า ถ้าจะชอบ สีเขียว เพิ่มอีกหนึ่งสี จะได้ไหม
ไม่มีคำตอบ... มีเพียงรอยยิ้มบนใบหน้า
จากนั้นมา เม่อมองหาของต้องใช้ ก็เริ่มมองสีอื่นนอกจาก สีขาว สีดำ น้ำเงิน
หากปัจจุบัน มีคนถามว่าชอบสีอะไร
ตำตอบที่เขาจะได้ไป คงยังเป็น สีขาว สีดำ น้ำเงิน
แต่สิ่งที่เขาจะบอกไป คือ ให้เขาลองมองสีอื่น นอกจากสีที่ชอบ
เพราะบางที คุณอาจจะได้สี ที่เพิ่มเข้ามาในชีวิต
เพราะตอนนี้ เรามี สีเขียว ..สีที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตแล้ว
Wife...Girl of my Heartในช่วงชีวิตไร้แรงบันดาลใจ
เป็นช่วงที่ชีวิตไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
ไม่มีอะไรที่พิเศษมาเสกแต้ม สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจเอาเสียเลย
วันก่อนเจอข้อความน่ารักๆ แขวนไว้ที่ห้องประชุมที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง
เลยเอามาแบ่งปันกัน
.....Wife...
"Wife of my Heart,it is you
You make my life so complete
You make all my dreams come true
So loving, so loyal ,so sweet
Sharing each laugh and each tear
Faithful and true the end ,
To me you will always be dear,
My sweet heart ,my partner , my friend...."
เมื่อไหร่จะมีคนที่เราสามารถพูดแบบนี้ รู้สึกแบบนี้กับเขาซะทีน้า........เหอะๆๆๆ
(รำพึงรำพันตามประสา)
ข้อความจากพนาศรม รีสอร์ท
บางใหญ่ นนทบุรี
ผู้ชายที่หลงรักดวงจันทร์ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร ไม่เข้าใจตัวเอง !!!!!!!!!
มีหนังสือเรื่อง ผู้ชายที่หลงรักดวงจันทร์ อ่านแล้วเราชอบ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน
" สิ่งใด มองไม่เห็น หรือนั่นเป็นเพราะมันไม่มีอยู่
สิ่งใดที่เราเก็บซ่อนไว้ในความทรงจำ
หมายความว่าจะคงอยู่อย่างนั้นได้ ตลอดไป
ทุกยามเย็นย่ำ ผู้คนต่างรอร่ำทุรนทุราย
ดวงจันทร์กลับเร้นกาย ...มิได้ปรากฎตัว
กระแสคลื่น สงบนิ่ง ผืนสมุทรดุจกระจกน้ำสีดำ
ค่ำคืนปราศจากดวงจันทร์ โลกประหนึ่งฤดูกาล หนาวเย็น
ค่ำคืนมืดมิดที่สุดจะต้องสิ้นสุด
พระจันทร์ กำลังขึ้น "
ตอนนี้กำลังเป็นผู้แสวงหา ให้พระจันทร์มาขึ้นในใจ
ข้อมูลหนังสือ
"ชายที่หลงรักดวงจันทร์
เขียนโดย Jimmy Liao
แปลโดย ปราย พันแสง
เป็นหนังสือประกอบภาพครับ เสียเจ้ามีกลอนสุดโปรด ของคุณอังคาร กัลยาณพงศ์ ชื่อว่า "เสียเจ้า"
อ่านแล้วให้ความรู้สึกว่า ทำไมคนๆหนึ่ง จะทั้งรักและชังคนอีกคนได้มากขนาดนี้
อ่านแล้วเศร้า ซาบซึ้งตรึงจิต
เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง
มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า
ซบหน้าติดดินกินทรายฯ
จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย
อย่าหมายว่าจะให้หัวใจฯ
ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณฯ
แม้แต่ธุลีมิอาลัย
ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน
จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตาฯ
ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา
ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอยฯ
|
|
|