ไอ้เอ็มคับ's profileM@pisitPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
M@pisitอัทสัททา |
||||
|
My Dear friend ,brother,sister and everyone
Thanks for visit my live space อยากเขียนชม เขียนด่า ต่อว่า หรือฝากความคิดถึง เขียนได้นะครับ m-apisit /space owner เหอะๆๆๆ
BT
wrote:
อัพบล็อกบ้างนะคะคุณ แวะมาทีไรก็ไม่เห็นมีไรเพิ่มเติมเลย อัพเดทบ้างว่าชีวิตที่ผ่านมาเป็นไง :)
Dec. 1
BT
wrote:
It's been a long time I haven't seen and talked with you.Hope you are doing good and things are going with you naka.
Take care,
Nov. 17
KROOpoom PoOMwrote:
สุขสันต์วันเกิดนะ
อยากได้อะไรก็อธิษฐานเอาเอง
ไม่แน่ มันอาจเป็นจริงนะมึง
ลองอธิษฐานดูดิ
ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพด้วย กูเป็นห่วง
มีความสุขมากๆนะเพื่อน
Aug. 23
m ewrote:
แก ..
คิดถึงแก
Aug. 16
KROOpoom PoOMwrote:
เออ....ตอนนี้ฝนกำลังตกว่ะ
ช่างโรแม๊นสิ้นดี อยากบอกแกว่าฉันไม่ชอบคำทำนายเว้ย
หมอดูคู่กับอะไรแกรู้ป่าว
มันไม่จริงๆ
July 19
|
แปรปรวน๓ กันยายน ๒๕๕๑
วันนี้ อารมณ์ไม่นิ่งตั้งแต่เช้าเลย
ไม่รู้ว่าตัวเองเป้นอะไรไป
เสียงอะไรที่เข้าหู ก็พาลให้หงุดหงิด เสียงคนคุยกัน เสียงหัวเราะ เสียงคนบ่น เสียงคนแซว
แม้แต่เสียงเพลงที่เคยฟัง ก็ทำให้หงุดหงิดได้ ไม่รู้เป็นอะไรมากมาย
แค่เสียงไตเติ้ลเพลง ก็พาลให้อารมณ์เสีย จนต้องปิด
นี่อัตตา ตัวกู ของกู อารมณ์นี้ เป็นอะไรไป หาเหตุผลมาอธิบายตัวเองไม่ได้
ณ ปัจจุบัน ทำได้เพียงหายใจลึกๆ เอาหูฟังมาปิดเสีงรอบๆ ตัว
ฟัง เดียวดายกลางสายลม เป็นเพลงเดียวที่ฟังได้ตอนนี้
ทั้งที่ เป็นเพลงที่เอาไว้ฟังเวลาเศร้าๆ เท่านั้น แต่ทำไมวันนี้อารมณ์ไม่ได้มีความเศร้ามาเจือ
แต่ไม่รู้จะทำยังไง ขอเวลาๆ หายใจลึกๆ พยายามตามจับอารมณ์ให้มันปกติก่อน
วันนี้อาจจะต้องฟังเพลงนี้เป็นร้อยรอบ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ฟังอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เดียวดายกลางสายลม
นรีกระจ่าง คันทมาส บินไปเดียวดาย กลางสายลมแปรปรวน เพียงทะเลครวญ ฟังคล้ายเป็นเพลงเศร้า ฝ่าลมฝนลำพังมากี่ร้อนหนาว จนล้าสิ้นแรงค่ำคืนนี้ฉันเพลียฉันเหนื่อยฉันหนาว และเหงาเหลือเกิน ไม่เคยมีใคร มีรักแท้จริงใจ จะมองทางใด ดูเคว้งคว้างว่างเปล่า ไม่อยากเห็นภาพใด แม้แต่ท้องฟ้า อยากจะพักดวงตา ลงชั่วกาล จะไปซุกตัวนอนซ่อน กายในเงาจันทร์ จะหลับฝัน ไม่ขอตื่นขึ้นมา คงจะมีเพียง ลมหายใจรวยริน
เอนกายบนดิน ยอมรับความแพ้พ่าย ปีกของฉันมันหนัก บินต่อไม่ไหว จะขอพักกายชั่วกาล อารมณ์วันนี้ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว จะจัดการกับอารมณ์แปรปรวนแบบนี้ยังไง จะทำยังไง Love in the Past is Passรักที่ผ่านมาแล้วไม่ผ่านไป ??
คนเราทุกคน เกิดมาหนึ่งครั้ง จะมีความรักได้สักกี่ครั้งกัน
เป็นคำถามที่ถามตัวเองแล้วไม่เคยได้คำตอบ
เคยถามหลายๆคนว่า ถ้าเลิกกับแฟนแล้วเป็นยังไงบ้าง
บางคนบอกว่าเสียใจ แต่ก็จะหาใหม่ บางคนก็บอกว่าขอเป็นโสดดีกว่า
บ้างก็ว่ารอให้เทวดาเป็นใจ จะได้เจอเนื้อคู่จริงๆ
หลายๆคนร้างลากัน ด้วยความรุนแรง จนไม่สามารถมองหน้ากันได้อีก
แต่ก็มีบางคนถึงแม้จะห่างหายกันไปแล้ว ยังคิดถึง ยังเป็นห่วง ยังอาลัย
เราก็เป็นหนึ่งในจำพวกหลังๆ
จมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ได้สนใจใคร
สร้างกรอบให้ตัวเอง ทำเกราะสำหรับกั้นใครๆ
ก่อกำแพงเพราะกลัวความหวั่นไหว กลัวใจจะร้าวราน
เป็นแบบนี้มานานแสนนาน จนเป็นคนไม่มีหัวใจ อย่างที่หลายคนบอก....
จนวันหนึ่ง มีน้องคนหนึ่งขึ้นหัวเอ็มเอสเอ็นว่า
LOVE IN THE PAST is PAST โดนใจอย่างแรง !!!!!!!!!
รักที่ผ่านไปย่อมกลายเป็นอดีต
ทำให้ได้คิดว่า คนเรามีโอกาสเริ่มใหม่เสมอ
เราน่าจะทำอะไรใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์ เปิดใจ ละลายน้ำแข็ง
บางทีเราอาจจะกลายเป็นคนใหม่ ที่ออกมาจากโลกของตัวเอง
อาจกลายเป็นผีเสื้อที่ออกมาจากดักแด้ เสียที
LOVE IN THE PAST is PAST จึงน่าจะเป็นบทเรียนได้
เพราะ รักที่เคยมีนั้นได้ PASS ไปเสียแล้ว
ควร START ใหม่เสียที
วันธรรมดา กับอารมณ์ไม่ปกติเคยเป็นกันบ้างไหม
ที่อยู่ๆ ก็เกิดรู้สึกว่าอารมณ์ไม่ปกติ
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันโหวงๆ หัวตื้อๆ คิดอะไรไม่ออก อยากร้องก็ร้องไม่ออก
อยากหัวเราะแต่ก็ไม่รู้จะหัวเราะเรื่องอะไร
ผมเป็นแบบนี้ในช่วงนี้ .......
ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผมไม่สบายหลายวันติดๆ กัน
อาการเดิม เจ็บคอ คออักเสบ เป็นไข้ ไข้ขึ้นทุกบ่าย
เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
ได้นอนมากขึ้น นอนตั้งแต่สามทุ่ม ตื่นเจ็ดโมง
แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่อาการทุเลา แล้วนอนเยอะเกิน
ตื่นตอนตีสองเกือบตีสาม แล้วเกิดอะไรขึ้นคุณรู้ไหม.....
ลืมตาตื่นมาในความมืดบนเตียง มองไม่เห็นอะไร
รู้ในใจแน่ๆจว่าอารมณ์ไม่ปกติ
มันมีอาการโหวงๆ เหวง ๆ ในใจ
อึดอัด อาการเหมือนคนใจหาย ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
อยากตะโกนดังๆ อยากโทรหาใครสักคน
อาการอย่างนี้ อยู่คนเดียวไม่ไหวแล้ว ต้องหาคนคุย
เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มา แล้วไล่กดรายชื่อ
ตั้งแต่ชื่อแรกจนชื่อสุดท้าย ชื่อสุดท้ายจนชื่อแรก
สองร้อยหกสิบห้าชื่อ ไม่ได้กดโทรออกหาใคร
ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากคุย แต่ไม่รู้จะคุยกับใคร
เข้าใจว่าดึกแล้ว แต่ก็ยังอยากคุยกับใครสักคน
สุดท้าย ก็วางโทรศัพท์ไว้หัวเตียงเหมือนเดิม
ข่มตาให้หลับ พร้อมๆกับความรู้สึกที่อึงอลอยู่ในใจ
ถ้าอาการอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้ ต้องออกไปหาเพื่อนนอกบ้าน
มีเพื่อนรายล้อม แต่กลับถึงบ้านต้องอยู่คนเดียว
ถ้าอาการอยากมีใครสักคนมาอยู่ใกล้ๆ
อยากให้ใครมาใส่ใจ หรือสนใจ
อาการอยากรู้สึกอุ่นๆในใจ อยากมีคนอยู่ข้างๆ
ถ้าอาการแบบนี้ คืออาการที่เรียกว่า "เหงา"
ตอนนี้ผมอาจเหงาจริงๆก็ได้ แค่ไม่ยอมรับเท่านั้นเอง
คิ้วโน กับข้อหากวนตีนวันธรรมดาวันหนึ่ง ในเทศกาลมหาพรต
วันที่ต้องอดอาหาร งดเนื้อ งดสุรา สำรวมกาย วาจา ใจ
แต่ว่าวันธรรมดาวันนั้น ผมนั่งอยู่ในร้านเหล้า พร้อมด้วยเพื่อนน้าอีก 2 คน
ซดเบียร์ คุยกัน แล้วเพื่อนของน้าบอกว่า แฟนเขาจะมาด้วย อายุ 26 เป็นน้องที่มหาลัยผม
เออเว้ย ดีใจจะได้เจอน้อง เด๋วต้องทักทาย
แต่พอแฟนของเพื่อนน้ามาถึงพร้อมเพื่อนอีก 1 คน
ผมฟันธงขาด 100 เปอร์เซ็น ไม่ใช่น้องที่มหาลัยผมแน่ๆ
จากสภาพที่เห็น กางเกงบอล เสื้อบอล กับผ้าใบ และหน้าตาที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย
ผมเชื่อว่าถ้าเป็นเด็กที่มหาลัยเดียวกับผม
เขาน่าจะให้เกียรติกับสถานที่มากกว่าที่ผมเห็นสภาพเด็กคนนั้น
แต่ผมอยากรู้ว่าน้องมันจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้
เลนเดินเข้าไปหา แล้วถามว่า "เอ็งรหัสเท่าไหร่วะ"
น้องคนนั้นตกใจเล็กน้อย และตอบกลับมาว่า "เป็นทนายความรุ่น 23"
ผมขอนั่งแยกโต๊ะ เพราะ ได้โต๊ะตัวเล็กแล้วนั่งกันไม่หมด
จากนั้นก็ ดื่มๆ เต้นๆ .... เต้นๆ ดื่มๆ โดยไม่สนใจโต๊ะน้ากับเพื่อน
แต่เหลือบๆไปเห็นน้องเขามีเพื่อนมาอีก 4 - 5 คน
แล้วผมก็อยากทดสอบเด็กกลุ่มนี้
อยากรู้ว่าถ้าพนักงานมาคิดเงินแล้ว น้องมันจะทำยังไง
พอเห็นพนักงานถือบิลมา ผมจัดการลากน้ามาเต้นด้วย
โดยไม่ให้แกหันหน้าไปมองเด็กๆพวกนั้น
จากนั้นก็ลากน้าออกมานอกร้าน โดยไม่สนใจใคร
โบกแท๊กซี่ เปิดประตูให้น้า กับเพื่อนอีกคนขึ้นไป ผมขึ้นคนสุดท้าย
อยู่ๆ ประตูรถแท๊กซี่ก็เปิด พร้อมกับมีกำปั้นมา 1 หมัด เข้าที่หางคิ้ว เท้าอีก 1 ที่สะโพก
พร้อมกับคำพูดหยาบๆว่า "มึงกวนตีน" อ้าวเวรแล้ว กูไปกวนเบื้องต่ำมึงตอนไหน
ผมไม่ได้ตอบโต้ และไม่ได้ทำไร
แค่เอามือปิดปากน้า กับกอดแกเอาไว้ เพราะตอนนี้แกกรี๊ดซะจนหูผมจะระเบิด
ผมให้แท๊กซี่ออกรถ เพราะผมจะคุมน้าไม่ไหวแล้ว จากนั้นขอเบอร์เด็กคนนั้น โทรไปหา
ผม "พี่ขอคำอธิบายเรื่องเมื่อตะกี๊" เหมือนจะใจเย็นโคตรๆ แล้วนะ 5555+
น้องคนนั้น "บ้านกูอยู่วิภา 60 มึงแน่จริงมึงมาเลย" หยาบคาย และแสดงความต่ำอย่างชัดเจน
ผมว่าไม่มีสาระที่ผมต้องไปแลกกับคนประเภทนี้ด้วยกำลัง จึงตัดสายไป
หลังจากส่งน้าแล้วผมก็กลับบ้าน นอน เพราะวันต่อมามีประชุม (เมาชิบเป๋งเลย)
ตื่นเช้า เจ็บที่หางคิ้ว ตาบวมเพราะนอนไม่พอ เจ็บที่สะโพกเล็กน้อย
รอโทรศัพท์เจ้าเด็กนั่นทั้งวัน รอดูว่าเขาจะทำยังไง
จนหมดวัน ไม่มีหมายเลขของเด็กคนนั้นปรากฎมาที่หน้าจอ
มีแต่น้าโทรมาโวยวายๆ ให้เอาเรื่อง ให้ไปแจ้งความ
ผมขี้เกียจคุยกับแกแล้ว เลยขอชื่อกับที่ทำงานเด็กคนนั้นมา
ได้ทราบว่าเด็กนั่น ไม่ใช่เด็กจากมหาลัยเดียวกับผม
มาจากเชียงราย เรียนจบที่เชียงราย
มีใบอนุญาตว่าความ ทำงานที่กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน
คิดว่าผมจะทำยังไงกับเด็กคนนั้น
เพราะถ้าเพียงเขาโทรมาขอโทษ และมีคำอธิบายดี
ว่าผมไปกวนบาทาเขาแบบไหน ผมก็จบเรื่องแล้ว
ตอนนี้ คิดได้แค่ 2 ทางแค่นั้น
1. ส่งคำร้องให้มีการดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความของเด็กคนนี้
2. โทรไปหาผู้บังคับบัญชาเด็กคนนี้
ขอให้เขา "สั่งสอนและอบรมลูกน้อง" ให้ดีหน่อย มิใช่กะเลวกะราดเยี่ยงนี้
ส่วนวิธีอื่นๆ ยังไม่ได้คิด ใครมีข้อเสนออะไรดีๆบ้าง
ผมไม่ได้โกรธที่เด็กคนนี้ทำร้ายผมหรอกนะ
แต่ผมดูถูกเขาที่ไม่ยอมรับกับที่ที่เขามา ยังไงจบจากเชียงรายนี่มันต่ำต้อยนักหรือ ผมไม่เข้าใจ
การจากลาการจากลามีใครเคยนับบ้างหรือเปล่าว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราร้องให้ หรือเสียน้ำตา เพราะการจากลากี่ครั้ง สำหรับเรานับครั้งได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เราพยายามหาคำตอบมานาน เป็นเพราะหัวใจเราด้านชา หรือว่าเราเป็นคนไม่มีหัวใจ (อันนี้พ่อบอก) แต่จนแล้วจนรอด เราก็หาคำตอบไม่ได้ ว่าทำไมเราไม่ค่อยมีน้ำตา กับการจากลาสักเท่าไร (มีบ้างอยู่นะ แต่น้อยครั้งเหลือเกิน) หรือเราเป็นคนไม่มีหัวใจอย่างที่พ่อบอกจริงๆ เราเกิดมาเจอคนมากมาย อาจน้อยกว่าใครหลายคน แต่ก็คงมากพอสมควรอยู่ เราร้องให้เพราะการจากลา ครั้งแรก ตอนจบมัธยมสาม วันปัจฉิมนิเทศน์ กอดคอกันกลมร้องกันจะเป็นจะตาย ครั้งต่อมา ตอนที่มีบางคนบอกว่าไม่ต้องรอเราแล้วนะ ครั้งต่อมา งานเลี้ยงอำลาคุณป้าสุภรณ์ ครั้งสุดท้ายหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ตอนถกว่าทำไมเราถึงไม่อยู่คู่กับเขาคนนั้น ....................................... แค่สี่ครั้งเองเหรอเรา?? ..................................... แต่อาจเพราะสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาว่า "การจากไปของใครบางคน ทำให้เราคิดถึงเขามากขึ้น การสูญเสียใครไปสักคน ทำให้เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก อาจทำให้เราเจอสิ่งที่รักยิ่งกว่า การที่บางคนหายไปจากชีวิตเราชั่วนิรันดร์ เพราะเป็นเวลาของเขา การห่างหายจากสิ่งที่เคยผูกพันธ์ ทำให้เราเติบโตจากสิ่งที่เราห่างหายนั้น ความโศกเศร้าและน้ำตาจากการลา ทำให้เรามีโลกทัศน์ และกำลังใจที่เข้มแข็งมากขึ้น
แล้วคุณ คุณ และคุณ ได้เรียนรู้อะไรจากการลาบ้าง เอามาแชร์กัน
|
|||
|
|